s

BLC กับ WDR

BLC-Back Light Compensationคือ การชดเชยแสงทั้งภาพ เพื่อให้วัตถุที่สนใจในภาพได้รับความสว่างจนสามารถมองเห็นรายละเอียดได้ โดยไม่สนใจวัตถุที่อยู่รอบนอก ภาษาช่างภาพคือการชดเชย แสงนั่นเองข้อเสียของการชดเชยแบบนี้คือ วัตถุมองเห็นรายละเอียด แต่จะสูญเสียรายละเอียดในส่วนที่สว่าง คือมันจะขาว จนทำให้เรามองไม่เห็นรายละเอียดมันต้องแล้วแต่สถานการณ์เพราะบางครั้ง สิ่งที่อยู่ ด้านนอกนั้น คือสิ่งที่เราต้องการ เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ภาพด้านบนจะเห็นว่า ถ้าเราติดตั้งด้วยกล้องแบบปกติธรรมดา คนที่ยืนอยู่เราก็จะมองไม่เห็น เนื่องจากว่าเป็น ภาพย้อนแสง แต่ถ้าติดตั้งกล้อง cctv BLC ก็จะสามารถเห็นรายละเอียดฉากหน้าได้แต่ก็สูญเสียรายละ เอียดฉากหลังไปบ้าง

WDR-Wide Dynamic Range คือ การที่กล้องถ่ายภาพซ้อนกัน 2 ใบในเวลาเดียวกัน ใบหนึ่งถ่าย ภาพในสภาวะปกติ อีกใบหนึ่งถ่ายให้มีความสว่างมากกว่าปกติ แล้วนำภาพที่ได้มาซ้อนกัน ทำให้ภาพทั้งภาพ มีรายละเอียด คือส่วนที่มืดก็ดึงภาพให้สว่างขึ้น ส่วนที่สว่างเกินไปก็ดึงรายละเอียดกลับมาทำให้มองเห็น รายละเอียดภาพ ซึ่งส่วนใหญ่กล้อง WDR นี้จะใช้มากในสภาพย้อนแสง คือ แสงจากฉากหลังสว่างกว่า วัตถุที่เราสนใจ

ซึ่งจะทำให้ภาพซึ่งมีวัตถุที่เราสนใจมืดกว่าปกติ เราจึงต้องแก้ไขด้วยการติดกล้อง WDR เพื่อให้ภาพที่ได้มีรายละเอียด สังเกตจากภาพที่มีระบบ WDR (ภาพใหญ่ทางด้านขวา) จะสามารถมองเห็น คนที่เดินอยู่ด้านนอกกระจกได้ ในทางกลับกัน หากจุดนี้ติดตั้งกล้องแบบธรรมดา ภาพที่ได้วัตถุที่สนใจหรือ คนจะมืดจนมองไม่เห็นรายละเอียด (ภาพด้านซ้ายล่าง) หรือคนที่เดินอยู่ด้านนอกกระจกสว่างจนไม่เห็น รายละเอียดดังภาพ (ซ้ายบน) ในสถานการณ์อย่างนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่

ต้องใช้กล้อง WDR สังเกตจากภาพ ด้านล่างรูปภาพที่มีระบบ WDR (ภาพใหญ่ทางด้านขวา) จะสามารถมองเห็นคนที่เดินอยู่ด้านนอกกระจกได้ ในทางกลับกัน หากจุดนี้ติดตั้งกล้องแบบธรรมดา ภาพที่ได้ วัตถุที่สนใจหรือคนจะมืดจนมองไม่เห็นรายละ เอียดหรือคนที่เดินอยู่ด้านนอกกระจกสว่างจนไม่เห็นรายละเอียดดังภาพ ในสถานการณ์อย่างนี้จำเป็น อย่าง ยิ่งที่ต้องใช้กล้อง WDR

สรุป ฟังก์ชั่นมีไว้ใช้กับหน้างานที่ หลีกเลี่ยงการติดตั้ง ย้อนแสงไม่ได้นั้นเอง

HLC (High Light Compensation)

คือหนึ่งเทคโนโลยีของระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่ช่วยลดแสงสว่างจ้า จากไฟสปอร์ตไลท์ ไฟหน้ารถยนต์ หรือวัตถุที่มีแสงสีขาว เป็นหนึ่งเอกลักษณ์ที่ถูกพัฒนาจากระบบ BLC (Black Light Compensation) โดยฟังก์ชั่นถูกออกแบบเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้งาน

HLC เป็นฟังก์ชั่นในสภาวะที่เราจะสังเกตเห็นว่าในกล้องวงจรปิดทั่วๆไปนั้น หากว่าเรา หันหน้ากล้องเข้าหาแสงสว่างมากๆภาพที่เราได้ออกมานั้นจะมืด ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่เราใช้กล้องวงจรปิดส่องป้ายทะเบียนหน้า รถในตอนกลางคืนซึ่งตัวกล้องเองจะถูกแสงไฟจากหน้ารถส่องสวนเข้ามา ทำให้กล้องไม่สามารถที่จะมองเห็นหมายเลขของป้ายทะเบียน ได้แต่ด้วยฟังค์ชั่น HLC นี้จะช่วยลดแสงสว่างที่มากเกินไป ทำให้เราสามารถมองเห็นรายละเอียดวัตถุได้มากขึ้น ซึ่งจากตัวอย่าง ใน

ภาพจะเห็นว่าเราสามารถที่จะมองเห็นป้ายทะเบียนรถได้ดีขึ้น HLC จะมีทั้งแบบที่ เป็นเซ็นเซอร์ไปตัดแสงที่สว่างจ้ากลายเป็นสีดำ (รูปที่ 1) และ HLC แบบที่ลดแสงจ้าโดยรวมลง จะได้รายละเอียดของภาพมากขึ้น (รูปที่2)ทั้งนี้ระบบ HLC เป็นการพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการลดแสงสว่างจ้าให้ได้รายละเอียดของภาพมากขึ้นครับ

Upload Image...

ระบบลดสัญญาณรบกวน DNR 2D/3D

Digital Noise Reduction (DNR)

ก่อนที่จะเป็น 3D-DNR นั้น อยากจะให้รู้จักกับ DNR 2D กันซะก่อน ซึ่งเทคโนโลยี DNR 2D เป็นกระบวนการทำงานลดเสียงรบกวน

ในขณะที่กำลังจับภาพหรือบันทึกวิดีโออยู่ ซึ่งการจับภาพหรือบันทึกภาพนั้น อ้างอิงจากแห่งฟิสิกส์เรื่องของแสงที่เข้ามาจะเป็นอิเล็กตรอนแล้วผ่านเข้าสู่เลนส์อีกที จากนั้นเซนเซอร์ที่จะเข้าดูดซับอิเล็กตรอนนั้น และจะถูกปกคลุมด้วยพิกเซลนั่นเอง ฉะนั้นแล้วการจับภาพหรือบันทึกวีดิโอที่มีความไวสูงในพื้นที่ที่มีแสงน้อย หรือการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ช้าเกินไปจะทำให้ภาพที่ได้มีเสียงรบกวนเกิดขึ้น หรืออาจจะเกิดความเสียหายในภาพที่บันทึกไว้ ทำให้ได้ภาพที่ไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร กล้องวงจรปิดที่ดีนั้นควรจะมีฟังก์ชั่นลดเสียงรบกวนเพื่อลดการคลาดเคลื่อนของจุดโฟกัส และเพิ่มความหนาแน่นของพิกเซลในภาพทำให้ภาพที่ได้มีความคมชัดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ที่นี้ก็มารู้จักกับเทคโนโลยี 3D-DNR กันเลย ซึ่งในเวลาต่อมานั้นได้มีการคิดค้นฟังก์ชั่น 3D-DNR ขึ้นซึ่งพัฒนามาจาก DNR 2D แบบเก่า โดย DNR 3D จะเป็นกระบวนการทางเทคนิคที่สูงกว่า 3D-DNR ที่สามารถเปรียบเทียบเสียงรบกวนระหว่างเฟรม ต้นฉบับ และ เฟรมต่อไป แล้วไปจัดการกับเสียงรบกวนโดยยึดจากบิตขนาดเล็กที่อยู่ในเฟรมต้นฉบับเป็นหลัก ซึ่งไม่เพียงแค่ลดเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น ในฟังก์ชั่น DNR 3D ยังสามารถตรวจจับและกำจัดเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นในเฟรมเดียวกันได้อีกด้วย ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่า 2D-DNR มากนัก ฟังก์ชั่น DNR3Dจะแก้ปัญหาเรื่องการจับภาพหรือบันทึกภาพในพื้นที่ที่มีความไวแสงต่ำหรือบริเวณที่มืด เพราะฟังก์ชั่นนี้ช่วยเพิ่มช่วงไดนามิกของการรับภาพให้กว้างขึ้น และยังช่วยปรับระดับความสว่างของภาพที่จะบันทึกโดยอัตโนมัติได้อีกด้วย